Hot!

Other News

More news for your entertainment

ทดสอบ

rongkun
อัครสถานพิมานเมฆ
นิรมิตเช่นเฉกฉากสวรรค์
จาตุมหาราชิกาวิลาวัลย์
เหล่าเทพแลคนธรรพ์เคยสัญจร
อัปราคราวิกฤติอุกฤติวิโยค
หมื่นแสนโศกสุดจะซุกซ่อน
สถาปัตยกรรมงามบวร
ทนหนาวร้อนแดดฝนมิพ้นภัย
อนิจจาไม่เที่ยงเพียงสัจจะ
กี่กัปโกฎิวิริยะอสงไขย
คืนสู่ความว่างทุกครั้งไป
ที่เหลือไว้คือเวลาคราบำเพ็ญ
มรรคผลอาจมิเทียมปฏิบัติ
กาลกาละมิอาจผัดว่ายากเข็ญ
เล่าเรียนรับรู้อยู่และเป็น
ถี่ลอดตาช้างห่างลอดตาเร็นอยู่เช่นนี้

อัครศิลปกรรมวิศวกรรมนิมิต
กลายเศษอิฐปูนปนลงป่นปี้
อาจความงามใช่รูปธรรมทรามธุลี
แต่คือวิริยะพลีที่เพียรมาฯ

เขา

1

คนไข้รับใหม่ส่งเสียงไอดังมาจากห้องแยกสาม ฉันหยิบหน้ากากจากกล่องที่วางไว้ริมหน้าต่างมาสวม เดินผ่านฟลอร์คนไข้ที่นอนแออัดยัดเยียดไปตามระเบียงทางเดินท้ายตึก ระเบียงนี้ทอดยาวไปทางโรงซักฟอก(เว้น 1 เคาะ) มองเห็นต้นต้อยติ่งสีม่วงปลูกเป็นทางด้านหน้ากำลังชูดอกบานสะพรั่งเวลาแสงแดดสาดกระทบถึงระเบียงเกิดเงายักย้ายบนพื้นซีเมนต์งดงามเหมือนนางในวรรณคดีกำลังร่ายรำ เคยคิดจะขอไปปลูกที่บ้านก็หลายทีแต่ไม่เคยได้ทำดั่งความคิดเลยสักครั้งแต่ละวันแต่ละเวรล้วนผ่านไปรวดเร็วราวติดปีกบินจนบางครั้งอยากเอากรรไกรโรงพยาบาลตัดปีกมันทิ้ง การได้ละสายตาออกจากตัวตึกเห็นต้นไม้ใบหญ้าแม้เพียงน้อยนิดทำให้ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากภาระงานผ่อนเบาลงบ้าง ฉันเดินผ่านห้องแยกสองถึงห้องแยกสามเสียงไอยังถี่กระชั้นเป็นชุด หยุดยืนหน้าห้องเคาะประตูเบาๆ ผลักบานประตูเข้าไปเสียงลั่นเอี๊ยด ชายหนุ่มผมยาวหน้าตาดีนอนแซ่วอยู่บนเตียงอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน เขาหันมองพยายามยันตัวลุกนั่ง(ทำ)กระปุกน้ำเกลือบนเสาแกว่งไปมา

“ลุกไม่ไหวไม่ต้องลุกก็ได้ค่ะ” ฉันห้าม

เขาไอ(อีก)สองสามทีจนซี่โครงขยับ ไม่ต้องใช้หูฟังปอดสองข้างได้ยินเสียงวีชซิ่ง(จากปอด)ชัดเจน

“เดี๋ยวพ่นยานะค่ะ”

ฉันเดินกลับไปที่ห้องทำงานอีกครั้งเตรียมยาพ่นผสมน้ำเกลือดูดใส่ไสริงซ์แล้วเดินกลับมาห้องเพื่อพ่นยาให้เขา หลังพ่นยาเสร็จเขาหอบลดลง ฉันเปลี่ยนสายออกซิเจนจากกระบอกพ่นยา สวมสายออกซิเจนผ่านทางจมูกให้เขา น้ำในกระเปาะออกซิเจนตรงหัวเตียงผุด(ปุด)ขึ้นลงเป็นฟองฝอยเหมือนกระจกบานใสวันฝนพรำ

กวาดสายตามองโต๊ะหัวเตียง เห็นตลับเก็บเสมหะสีน้ำตาลสามตลับซึ่งแจกให้เมื่อเช้ายังวางอยู่ที่เดิม ข้างๆกันนั้นมีเหยือกตวงน้ำดื่มน้ำพร่องลงไปครึ่งเหยือก ฉันตาลุกวาวเมื่อเห็นหนังสือบทกวีปีกหัก ของคาลิล ยิบลาลวางเด่นอยู่บนโต๊ะนั้นด้วย ใจอยากถามเขาถึงงานวรรณกรรมที่ฉันเองก็สนใจอยู่ไม่น้อยแต่ต้องเลี่ยงคุยไปอีกทางหนึ่ง

“คุณยังไม่ได้เก็บเสมหะส่งตรวจเหรอค่ะ” ฉันกล่าว(พูด)สายตาจับจ้องตลับเก็บเสมหะอีกครั้ง

“ผมลืม”

“ครั้งต่อไปอย่าลืมนะค่ะ” ฉันกำชับ สาบานว่าไม่ได้ดุเขาเลยสักนิด

เขา (ไม่ต้องเว้นวรรค)พยักหน้าแทนคำตอบ สีหน้าท่าทางอิดโรย ใจยังอยากถามถึงหนังสือที่วางบนโต๊ะ แต่ต้องเก็บงำความสนใจใคร่รู้เอาไว้ คิดเองเออเองชุดผู้ป่วยของเขากระเป๋าช่องบนหน้าอกซ้ายมีปากกาสีเงินด้ามเล็กเหน็บอยู่บวกกับหนังสือที่เขาอ่านเขาคงชอบขีดๆเขียน ๆเหมือนฉันเป็นแน่ ค่อยเอาไว้คุยกับเขาวันหลังในเรื่องนี้ก็ได้เชื่อว่าคงนอนรักษาตัวอีกหลายวัน

2

เป็นดังคาดการณ์หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปแม้อาการหอบเหนื่อยของเขาลดลง การตรวจเสมหะสามวันไม่พบเชื้อวัณโรค แต่อาการไข้ขึ้นสูงปรี๊ดแทบทะลุปรอทในแต่ละเวรทำให้แพทย์เจ้าของไข้สงสัยโรคบางอย่าง อยู่มาวันหนึ่งแพทย์เจ้าของไข้สั่งเจาะเลือดเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุเพิ่มเติม ภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ตกเป็นของฉันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ความสนิทสนมคุ้นเคยหลายวันที่ผ่านมานำพาฉันไปยืนอยู่บนหน้าผา ฉันดูนาฬิกาข้อมือสิบนาฬิกาเป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการพูดคุย นับว่าโชคดีที่ภรรยาเขาไม่อยู่ ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากฉันกับเขา

“วันนี้อาการเป็นยังไงบ้างค่ะ” ฉันถาม

“เพิ่งทานยาลดไข้ไปเมื่อสักครู่ค่อยยังชั่วแล้วครับ”

“มิน่าละเหงื่อคุณออกท่วมตัวเชียว” (ข้างล่างต้องเอามาต่อกัน)

“อ่านปรัชญาชีวิตไปถึงไหนแล้ว” ฉันถามถึงหนังสือกฤษณะ มูรติที่เขาถืออ่านอยู่ในมือ (ปรัชญาชีวิตเป็นของคาลิล) ฉันมอบให้เขาไว้อ่านฆ่าเวลาในช่วงรักษาตัวในโรงพยาบาล

“มาได้ครึ่งเล่มแล้วละ”

“อ่านจบแล้วไม่ต้องคืนนะค่ะฉันให้” (เอาที่ขีดฆ่าด้านบนมาใส่ตรงนี้)

“มันจะดีเหรอ”

“ดีสิค่ะ”

“ว่าแต่อาการของคุณหมอว่ายังไงบ้าง” ฉันถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้ว

“หมอบอกปอดดีขึ้นแต่อาการไข้ไม่ลงให้นอนฉีดยาฆ่าเชื้อต่อสักสองสามอาทิตย์”

“เมื่อเช้าตอนหมอเข้ามาตรวจ หมอได้บอกคุณไหมคะเรื่องการตรวจเลือด” ฉันถาม

“ไม่ได้บอกอะไรนิครับ” เขาเลิกคิ้วท่าทางสงสัย “เกิดอะไรขึ้น”

“ไข้คุณไม่ลงสักทีหมอเลยสั่งให้เจาะเลือดตัวหนึ่งซึ่งเลือดตัว(แน่ใจนะว่าใช้คำ ‘เจาะเลือดตัวหนึ่ง’)นี้ก่อนเจาะต้องได้รับความยินยอมจากคนไข้ก่อน”

“เลือดที่ว่า”

“ตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสเอชไอวีหรือเชื้อเอดส์คุณเคยได้ยินโรคนี้บ้างไหมค่ะ”

เราพูดคุยกันเรื่องการตรวจเลือดนานนับ(ร่วม)สามสิบนาที ฉันให้ข้อมูลโรคย่อ ๆว่าโรคเอดส์ติดต่อได้สามทางจากเลือด จากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ และ ทางเพศสัมพันธ์ อาการมีตั้งแต่ไม่ปรากฏอาการไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด เชื้อราในช่องปาก ผื่นคันตามแขนขาคล้ายคนแพ้น้ำลายยุง มีหลายสิ่งที่เขาไม่เคยนึกถึงมันมาก่อนตลอดสามปีที่ผ่านมาก่อนแต่งงาน ฉันทำให้เขาตระหนักถึงสิ่งนี้ คำถามที่ทำให้เขาเริ่มลังเลไม่แน่ใจในคำตอบทำให้เขาครุ่นคิดวิตกกังวล ฉันไม่ต่างจากนักฆ่าต้องทำงานตามใบสั่ง สรุปคร่าว ๆที่เราสนทนากันเขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้แต่สามปีที่ผ่านมาก่อนแต่งงานช่วงจบปริญญาตรี(เว้นวรรค)เพื่อน ๆพาเขาไปฉลองรับปริญญาที่สถานบริการแห่งหนึ่งครั้งนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่เคยเข้า(สำหรับ)สถานที่เช่นนี้ เขาเมามากเขา(เลย)ไม่ได้สวมถุงยาง ฉันประเมินเขามีภาวะเสี่ยงสูง ฉันให้เขาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการตรวจเลือดแล้วให้เขาเป็นคนชั่งน้ำหนักตัดสินใจเอง เขาตัดสินใจตรวจเลือดในครั้งนี้และไม่ยอมเปิดเผยความลับกับใคร ฉันนัดพบเขาอีกครั้งในวันถัดมาครั้งนี้ในยามค่ำคืน

3

ฉันผลักบานประตูบานเก่าเข้าไปในห้องแยกสามเสียงประตูลั่นเอี๊ยดไม่ต่างจากครั้งก่อน นอกหน้าต่างมีกลิ่นชื้นฝน

เขานอนเหม่อลอยที่เตียง สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดราวกับว่าจะไม่มีโอกาสได้สูดมันกลับเข้าไปอีก

“ดูสีหน้าคุณไม่ค่อยสบาย ” ฉันจับแขนเขาตัวร้อนราวถ่านในเตา

“ตัวคุณร้อนจี่เลยนิ ” (เอาไปต่อบรรทัดบน นิ ใส่ ไม่เอกด้วย)

“ฮืม”

“เดี๋ยวฉันเช็ดตัวลดไข้ให้คุณนะ ” ไม่รอคำตอบ ฉันเปิดประตูระเบียงด้านหลังหยิบกะละมังวางคว่ำบนชั้นมาใส่น้ำจากก๊อก(วรรค)เสียงน้ำกระทบกะละมังดังซู่ด้วยความแรงของน้ำเมื่อแรกเปิดหรือไม่ก็เป็นความซุ่มซ่ามเป็นปกตินิสัยทำให้น้ำกระเด็นโดนชุดกระโปรงขาวของฉันเป็นด่างดวงไม่เป็นไรไม่นานเดี๋ยวมันก็แห้งฉันคิด ก่อนคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กสองสามผืนพาดบนราวตากแช่ในกะละมัง ฉันนำอุปกรณ์เช็ดตัวลดไข้ทั้งหมดวางไว้(บน)โต๊ะสีขาวข้างเตียง มือสองข้างบิดผ้าชุบน้ำในกะละมังพอชุ่ม ค่อย ๆเช็ดตัวเขาจากปลายมือปลายเท้าเข้าหาหัวใจ วางผ้าตามข้อพับแขน ซอกคอ ซอกรักแร้ บริเวณนี้เส้นเลือดเยอะน้ำจะพาความร้อนออกจากร่างกายไข้จะลดลงอย่างรวดเร็วดีกว่าการกินยาพารา(ต้องมีฯ)มากๆให้เป็นอันตรายต่อตับ

“วันนี้ไม่เห็นภรรยาคุณเลย” ฉันพูดพลางเช็ดพลาง

“เธอกลับบ้านไปพักใหญ่แล้วครับ ผมเป็นคนบอกให้เธอกลับเองเป็นห่วงบ้านไม่มีใครอยู่”

“ภรรยาคุณเธอเป็นคนสวยนะค่ะ”

“ครับผมรักเธอมาก”

“เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดี หากเธอได้ยินคงยิ้มแก้มปริ แต่ดีแล้วคะที่เธอไม่อยู่ เราจะได้คุยกันสะดวกขึ้นผลเลือดออกแล้ว”

“คุณพร้อมที่จะฟังไหม” (ต่อที่บรรทัดบน)

เขาพยักหน้าแทนคำตอบ

“เดี๋ยวฉันเช็ดตัวลดไข้ให้คุณเสร็จก่อน แล้วเราค่อยกลับมาคุยกันถึงเรื่องนี้นะค่ะ”

ฉันใช้เวลายี่สิบนาทีในการเช็ดตัวลดไข้(วรรค)ตัวเขาเย็นลง(วรรค)วัดไข้ซ้ำอุณหภูมิร่างกายเขาลดลงเหลือสามสิบเจ็ดจุดแปดองศา(วรรค)แม้ยังมีไข้ต่ำๆอยู่ แต่นับว่าการเช็ดตัวลดไข้ในครั้งนี้ได้ผลเป็นอย่างดี ฝีมือแฮะฉันคิดในใจ

“เป็นไงบ้างค่ะสบายตัวขึ้นบ้างไหม(มั้ย)” ฉันถาม ก่อนยกเก้าอี้พลาสติกสีแดงมานั่งข้างเตียง

“ขอบคุณคุณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”

“คุณทำอย่างนี้กับคนไข้ทุกคนหรือเปล่า”

“พวกเราทำมากว่าที่คุณเห็นซะอีก”

ฉันล้วงซองกระดาษสีขาวจากกระเป๋าในกระโปรงชุดพยาบาลยื่นให้เขา

เขารับมันไว้ มือสั่น ค่อย ๆ ฉีกซองเปิดอ่านผลเลือด เขาก้มหน้าคอตกความเงียบงันเกิดขึ้นนับแต่นั้น

4

ช่วงหลายวันที่ผ่านมามีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากมาย อาการของเขาทรุดหนักถูกย้ายจากห้องแยกมาไว้ห้องรวมเพื่อใกล้พยาบาลมากขึ้น หมอเจ้าของไข้ไม่ได้ให้ยาอะไรเพิ่มเพียงแค่รักษาแบบประคับประคอง ญาติของเขาที่รู้ข่าวเริ่มทยอยมาเพื่อนนักเขียนนักข่าวบางคนมีสีหน้าท่าทางโกธรให้(โกรธให้เป็นภาษาพูด)แพทย์พยาบาลที่ไม่ดูดำดูแดงคนไข้ ญาติบางคนบอกว่าอาการหนักอย่างนี้ต้องส่งต่อ (ตรงนี้ต้องย่อหน้าใหม่)เรื่องบางเรื่องกว่าจะอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้ทุกคนเข้าใจแทบเกิดการปะทะ ว่าทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นความสมัครใจของคนไข้ที่เซนต์(เซ็น)ไว้เมื่อยังรู้สึกตัวดีเขาไม่ประสงค์ใส่ท่อช่วยหายใจหรือปั้มช่วยเหลือช่วยชีวิตหากเขาหยุดหายใจไปดื้อ ๆ วันพรุ่งนี้เขาจะได้เริ่มเข้าโครงการกินยาต้านไวรัสเพื่อยับยั้งเชื้อเอชไอวีที่คลินิกนิรนาม(วรรค)เขาจะมีอายุอีกนานยาวหากเขาผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ (ประโยคสุดท้ายไม่เข้าใจ)เขา แม่เขาแล้วก็ฉันรู้เรื่องราวนี้เป็นอย่างดี ฉันยังเก็บเป็นความรับ(ลับ)ของคนไข้

(ตรงนี้ต้องเป็น 5)เสียงคนร้องให้ดังระงมคับตึก ฉันตื่นจากภวังค์ (ต้องบรรยายภาพก่อน ไม่งั้นลำดับภาพไม่ต่อเนื่อง)

“พี่ต้องสู้น่ะ พี่จะจากฉันกับลูกไปย่าง(อย่าง)นี้ไม่ได้ฉันกำลังท้องลุก(ลูก)ของเรา” ภรรยาเขากุมมือเขาร้องไห้(กุมมือเขา) บัดนี้เขาไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

ฉันเบือนหน้าไปอีกทาง คำพูดที่เพิ่งได้ยินเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางอก

เขาผู้ชอบอ่านหนังสือแนวเดียวกับฉันได้จากโลกนี้ไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความหลังและความลับที่ฉันมิอาจเปิดเผย(ไว้กับฉัน)

ฉันควรบอกภรรยาเขาที่กำลังตั้งครรภ์ดีหรือไม่ หรือให้ความลับจากไปพร้อมกับเขา ถึงนาทีนี้ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี

ออกเดิน : โรงบ่มฝัน

คุณตากระหัง : พี่อภิชาต

ี่




นักรบพฤกษชาติ : พี่อภิชาต